X

โอโมด้า จับมือ บีโอไอ จัดงาน OMODA & JAECOO Sourcing Day ตั้งเป้าผลิตรถ EV เฟสแรก 50,000 คัน

Last updated: 26 ก.พ. 2568  |  1343 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โอโมด้า จับมือ บีโอไอ จัดงาน OMODA & JAECOO Sourcing Day พร้อมประกาศผลิตรถ EV เฟสแรก 50,000 คัน

OMODA & JAECOO ผนึกกำลัง บีโอไอ จัดงาน OMODA & JAECOO Sourcing Day เจรจาธุรกิจรูปแบบ Business Matching รวมทั้งสิ้น 50 คู่เจรจา คาดสร้างมูลค่าซื้อขายชิ้นส่วนในประเทศกว่า 2,100 ล้านบาท พร้อมประกาศเริ่มผลิตรถยนต์ได้ไตรมาส 3 ของปี ด้วยเป้าหมายผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 50,000 คันในเฟสแรก และผลิตเพิ่มเป็น 80,000 คันต่อปีในปี 2571

กรุงเทพฯ, 26 กุมภาพันธ์ 2567 - OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ภายใต้บริษัท Chery Automobile ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จัดงาน "Sourcing Day" เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ พร้อมรับทราบนโยบายการจัดซื้อและเข้าร่วมการเจรจาธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ โดยได้รับเกียรติจากนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และนายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ ห้อง Cattleya โรงแรม Rama Gardens Hotel Bangkok

(เรียงจากซ้ายไปขวา) คุณเกียรติศักดิ์ จิระขจรวงศ์ อดีตนายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย, คุณพัฒนศักดิ์ แสนสมรส อุปนายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย, Mr. Richard D. Maloney, President & CEO (UOB), คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย), คุณวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล Deputy CEO & Head of Wholesale Banking,นายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด, คุณพัชรดา นวกะวงษ์การ ผู้อำนวยการกองพัฒนาผู้ประกอบการไทยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน


นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า “กิจกรรม Sourcing Day เป็นงานที่ บีโอไอให้ความสำคัญ เพื่อผลักดันการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงซัพพลายเชนระดับโลก และเกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการผลิตการจัดการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และอาจนำไปสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจหรือการร่วมทุนกันในอนาคต การร่วมมือกับบริษัท
ระดับโลกอย่าง Chery Automobile (OMODA & JAECOO) ในวันนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย และช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก”

ภายในงานมีผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้ความสนใจเข้าร่วมงานจำนวน 370 คน จาก 200 บริษัท โดยมี 50 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเจรจาธุรกิจโดยตรงกับ OMODA & JAECOO ในรูปแบบ Business Matching รวมทั้งสิ้น 50 คู่เจรจา คาดว่าการเจรจาธุรกิจในครั้งนี้จะสร้างมูลค่าการซื้อขายชิ้นส่วนในประเทศรวมกว่า 2,100 ล้านบาท

OMODA & JAECOO ตั้งเป้าที่จะดึงดูดผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำในของประเทศไทย ทั้งในด้านคุณภาพและความเชี่ยวชาญ เพื่อนำเทคโนโลยียานยนต์ขั้นสูงมาสู่ประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสรรหาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สำคัญในหลากหลายกลุ่ม ได้แก่ Chassis, Electrical, Exterior, Tire repair kit, New Energy, Powertrain, Interior และ Kit set โดยตั้งเป้าอัตราการผลิตในประเทศ 45% ภายในปีนี้ และเพิ่มมากขึ้นถึง 60% ภายใน 5 ปี ให้สอดคล้องไปกับการขยายตัวของระบบนิเวศชิ้นส่วนยานยนต์ของประเทศไทย

นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า "OMODA & JAECOO มุ่งมั่นที่จะสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งผ่านการเจรจาธุรกิจในงาน Sourcing Day นี้ ด้วยเพราะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยมีศักยภาพและนวัตกรรม ทำให้เรามองเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการร่วมงานกับอุตสาหกรรมท้องถิ่นของไทย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดภายในประเทศและระดับสากล"

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยถึงความพร้อมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยว่า "ปัจจุบันเราได้โรงงานผลิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่ที่อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ด้วยพื้นที่ขนาด 104 ไร่ มีมูลค่าการลงทุนที่วางแผนไว้ทั้งสิ้นราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถเริ่มการผลิตได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ด้วยเป้าหมายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 50,000 คันในเฟสแรก และมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 80,000 คันต่อปีภายในปี 2571 เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกในเอเชีย"ฅ


โรงงานแห่งนี้จะเน้นการผลิตแบบ Completely Knocked Down (CKD) โดยเริ่มจาก JAECOO 6 EV ในช่วงแรก และจะขยายไปสู่ทุกรุ่นหลังจากปี 2571 พร้อมติดตั้งหุ่นยนต์เชื่อมสำหรับการเชื่อมอลูมิเนียมที่แม่นยำ นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีแผนลงทุนในผลิต ยานยนต์ ทั้งขยายกำลังการผลิตและโมเดลไฟฟ้าไฮบริด (HEV) รถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของ Chery Group และการจัดตั้งโรงพ่นสีภายในปี 2570 และทางเราได้มีการวางแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศไทยภายใน 3 ปีข้างหน้า รวมถึงการให้ความสำคัญในการจัดจ้างงานสำหรับการทำงานในโรงงานนี้โดยเริ่มต้นจะเป็นแรงงานไทย 150 คนสำหรับการทำงานกะเดียว และจะขยายโรงงานและอัตราการจ้างแรงงานไทยเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยด้วย


"เราเล็งเห็นถึงศักยภาพของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งมีทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ สามารถผลิตชิ้นส่วนที่มีคุณภาพสูงในระดับสากล ประกอบกับวิสัยทัศน์ของ OMODA & JAECOO ที่มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกในเอเชีย มองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ ให้ก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของซัปพลายเชนระดับโลก และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคการส่งเสริมการพัฒนาแรงงาน ในประเทศอย่างยั่งยืน" นายพิชญุตม์ กล่าวทิ้งท้าย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้