Last updated: 2 เม.ย 2568 | 171 จำนวนผู้เข้าชม |
GAC เปิดสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า AION V คันแรกในประเทศไทย ณ โรงงานผลิตรถยนต์ GAC จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 นับเป็นก้าวสำคัญของการวางรากฐานการผลิตในประเทศไทย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญอีกขั้นของกลยุทธ์ ONE GAC 2.0 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันระดับโลกของแบรนด์ GAC และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคอาเซียน มุ่งสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก
การเปิดสายการผลิต AION V คันแรกในประเทศไทยครั้งนี้ มีขึ้นภายหลังจากที่รถรุ่นนี้สร้างสถิติยอดจดทะเบียนสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า C-SUV ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2568 พร้อมคว้ารางวัล Best SUV EV (FWD) จากการประกาศรางวัล CAR OF THE YEAR 2025 สะท้อนถึงความนิยมของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ GAC ในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่
Mr. Wayne Wei - President of GAC International กล่าวว่า“ทุกฝ่ายได้ร่วมกันผลักดันให้สายการผลิตในประเทศไทยสามารถเริ่มดำเนินการได้สำเร็จ ภายในระยะเวลาเพียง 15 เดือน หลังจากเริ่มก่อสร้างโรงงาน การที่ AION V คันแรกสามารถเดินสายการผลิตได้สำเร็จในวันนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญอีกขั้นของกลยุทธ์ ONE GAC 2.0 ซึ่งมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับโลก เราขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากรัฐบาลไทย พันธมิตรธุรกิจ และทีมงาน GAC ประเทศไทย ที่ทุ่มเททำงานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย”
“GAC ยืนยันความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเดินหน้าให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการผลิต การวิจัย และการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคไทยและภูมิภาค”
Mr. Andrew Wang - President of AION Automobile Sales (Thailand) กล่าวเพิ่มเติมว่า “AION V ถือเป็นรถยนต์รุ่นกลยุทธ์ระดับโลกที่ GAC นำเข้ามาทำตลาดในไทยเป็นรุ่นแรก และสามารถคว้าแชมป์ยอดขายในกลุ่ม C-SUV พลังงานไฟฟ้าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากระบบการผลิตคุณภาพสูงของเรา และในวันนี้ GAC ได้ยกระดับมาสู่การผลิตในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีเดียวกับโรงงานรถยนต์พลังงานใหม่ Lighthouse Factory ของ GAC ที่นครกวางโจว ประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดของโลก
โรงงาน GAC ในประเทศไทยได้นำเทคโนโลยีการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพระดับโลกมาใช้โดยตรง พร้อมด้วยมาตรฐานการผลิตอัจฉริยะเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคันที่ออกจากสายการผลิตจะมีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล นอกจากนี้ โรงงานยังมีอัตราการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงถึง 45% และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในอนาคต การผลิต AION V ในประเทศไทยไม่เพียงช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย”
“ประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของ GAC ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการใช้โรงงานแห่งนี้เป็นฐานการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบนิเวศการใช้งานที่ครบวงจร ซึ่งจะครอบคลุมถึงการติดตั้งสถานีชาร์จ ระบบบริการดิจิทัล และการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกมิติ” Mr. Andrew Wang – President of AION Automobile Sales (Thailand) กล่าวพร้อมย้ำว่าGAC ได้ยกระดับกลยุทธ์สู่แนวคิด “ONE GAC 2.0” ด้วย 4 แกนหลักสำคัญ ได้แก่
1 วิสัยทัศน์:เป็นผู้สร้างคุณค่าแห่งการเดินทางที่ดีงาม
2 เป้าหมาย:มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ได้รับความเชื่อถือ
3 ภาพลักษณ์:เป็นพันธมิตรที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีล้ำหน้า
4 แผนปฏิบัติการในประเทศ:ทำเพื่อท้องถิ่น ร่วมมือกับท้องถิ่น และขับเคลื่อนท้องถิ่น
นอกจากนี้ยังมี 5 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างช่องทางจำหน่ายที่แข็งแกร่ง การบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ การผลิตด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และการวางระบบนิเวศด้านพลังงานอย่างครบวงจร พร้อมเดินหน้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการผลิต การวิจัย และส่งมอบประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคชาวไทย
เกี่ยวกับ GAC Group
GAC Group เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้กับอุตสาหกรรม ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง นวัตกรรมล้ำสมัย บริการที่ยอดเยี่ยม และยังเป็นบริษัทแม่ของ GAC AION อีกด้วย โดย GAC Group ได้รับการจัดอันดับใน Fortune Global 500 ต่อเนื่องถึง 12 ปี โดยในปี 2024 อยู่ที่อันดับ 181 มีบุคลากรระดับแนวหน้ากว่า 100,000 คน จาก 15 ประเทศทั่วโลก รวมถึงทีมวิจัยและพัฒนา 6,000 คน ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ด้วยสิทธิบัตรกว่า 18,600 รายการ และนวัตกรรมที่จดสิทธิบัตรกว่า 7,600 รายการ พร้อมศักยภาพด้านการผลิตที่แข็งแกร่ง ด้วยยอดขายกว่า 2.5 ล้านคันในปี 2023 ติดอันดับ 4 ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน
ปัจจุบัน GAC Group มีแบรนด์รถยนต์ในเครือที่แยกเป็นอิสระ 3 แบรนด์ ได้แก่ AION, HYPTEC และ GAC Motor นอกจากนี้ GAC Group ยังเป็นพันธมิตรระยะยาวกับ HONDA และ TOYOTA ผ่านบริษัทร่วมทุน GAC HONDA และ GAC TOYOTA พร้อมสร้างเครือข่ายธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่การผลิตและพัฒนา R&D Centers ในจีน สหรัฐฯ และอิตาลี ไปจนถึงการขยายตลาดสู่ 74 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ ด้วยการใช้ Big Data ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ พร้อมระบบ AI สำหรับการขนส่งที่มีความแม่นยำสูงถึง 95% GAC Group ไม่เพียงเป็นผู้นำด้านยานยนต์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรม ความเป็นเลิศ และความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตแห่งการเดินทางที่ล้ำหน้าให้กับผู้บริโภคทั่วโลก
ที่มา : AION AUTO
3 เม.ย 2568